Category: ข่าวกีฬา

26 Jul

มาแปลก ซาเน่ ผวา เชลซี อาจได้แชมป์พรีเมียร์ ลีก

มาแปลกกว่าเพื่อน เมื่อสตาร์ดาวเดนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมากล่าวถึงทีมที่น่าเกรงขามที่สุดในพรีเมียร์ ลีกครั้งนี้ น่าแปลกใจที่ ซาเน่ นั้นไม่ได้เอ่ยถึงทีมที่เจ๋งๆ อย่าง แมนยู และ ลิเวอร์พูล

หลังจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แชมป์ในครั้งที่แล้ว แน่นอนว่าสื่อจะต้องถามเกี่ยวกับทีมที่น่าเกรงขามสำหรับพวกเขาในปีนี้ และหลังจากไปสัมภาษณ์นักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลีรอย ซาเน่ ก็ได้บอกว่าเขาคิดว่าทีมเชลซีน่ากลัวที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้

ซาเน่ เผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เขานั้นเกรงกลัวทีม เชลซี เพราะ โค้ชใหม่ของทีมเชลซีนั้นถือว่าเป็นโค้ชที่เก่งและมีความสามารถมาก วิธีการของนาโปลีที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ คุมในฤดูกาลที่แล้วนั้นถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก และเราเล่นกับพวกเขาได้อย่างลำบาก ใน ตอนแรกอาจจะยังงงๆ กับแท็คติกใหม่ของพวกเขา แต่ผมเชื่อว่าเมื่อที่นักเตะเชลซีปรับตัวได้ เชลซีก็จะถือเป็นทีมที่น่ากลัวเลยทีเดียว

เมาริซิโอ ซาร์รี่ เคยคุมทีม นาโปลี ที่ลีรอย ซาเน่เคยเจอ ผลการแข่งขันจากการแข่งในฤดูกาลที่แล้วนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเกมเหย้า 2-1 และ ชนะเกมเยือน 4-2 จึงเชื่อได้ว่าการเปลี่ยนแปลงโค้ชในครั้งนี้ของเชลซีนั้นก็ยังทำให้ทีมอื่นหวั่นเกรงอยู่อีกด้วย

26 Jul

ทุ่มสุดตัว! เรอัล มาดริด เล็งรับ อาซาร์ เข้าทีม

หลังจากประกาศการย้ายทีมของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ซบไหล้ ยูเวนตุส และเซ็นสัญญาในถิ่นอัลลิอันซ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครคิดว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ มีแผนย้ายทีมแต่อย่างได้ ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องเฟ้นหานักเตะมากความสามารถเข้ามาทดแทน เพื่อเตรียมรับมือกับศึกพรีเมียร์ ลีกนี้

เรอัล มาดริด ได้เล็งนักเตะระดับฟุตบอลโลกไว้มากมาย แต่คนที่เข้าตาที่และน่าจะมีปัญหาน้อยที่สุดคงจะเป็น เอแด็น อาซาร์ จากทัพสิงห์บลูส์ ‘เชลซี’ ด้วยการเล่นของ อาซาร์ นั้น ค่อนข้างโดดเด่นมาตั้งแต่ปี 2017 จนไปถึงการเล่นบอลโลกให้กับทีมชาติเบลเยี่ยม ที่ได้อันดับ 3 ของฟุตบอลโลก 2018 และทำฟอร์มได้ดีต่อเนื่องมาโดยตลอด

จากรายงานล่าสุดเผยว่า อาซาร์ นั้นยินดีที่จะมาร่วมทัพราชันชุดขาว ‘เรอัล มาดริด’ แต่เหลือขั้นตอนของการตกลงกันว่า เรอัล มาดริด จะยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อคว้าตัว อาซาร์ มาเข้าสังกัดหรือไม่ เพราะอาซาร์ยังคงเหลือสัญญากับ เชลซี อีก 2 ปี ทำให้มีค่าตัวสูงถึง 200 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ตลาดพรีเมียร์ ลีกนั้น จะปิดการซื้อ-ขายตัวนักเตะในวันที่ 8 สิงหาคมนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าหรือประกาศใดๆ จากทั้งสองทีม ทำให้ทุกคนต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า เรอัล มาดริด จะปิดดีลนี้ได้หรือไม่ หากไม่ จะคว้าใครมาแทนตำแหน่ง คริสเตียโน โรนัลโด้

26 Jul

แบโผ 10 นักเตะ ลุ้นคว้าแข้งยอดเยี่ยมแห่งปี

สหพันธฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้เผยโพลรายชื่อ 10 นักเตะยอดเยี่ยมที่มีสิทธิลุ้นรางวัลแห่งปี หรือ “เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า เมนส์ เพลเยอร์ 2018” ออกมาแล้ว โดยมีนักเตะดาวรุ่งหลายคนติดเข้าโพลนี้อีกด้วย


การจัดผลการโหวตนักเตะยอดเยี่ยมนั้นมีมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยซุปเปอร์สตาร์ที่คว้าแชมป์รางวัลนี้สองปีซ้อนอย่าง คริสติโน่ โรนัลโด้ นั้นก็ติดโพลอย่างเช่นเคย อย่างไรก็ตามก็ยังมีนักเตะจากแชมป์ฟุตบอลโลกปีนี้ติดโพลมาอีก 3 คนด้วย ได้แก่ อ็องตวน กรีซมันน์, ราฟาเอล วาราน และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่เป็นแรงสำคัญในทีมที่สามารถนำพาให้ทีมคว้าชัยไปได้


การให้คะแนนของรางวัลนี้นั้นจะได้ผลโหวตมาจากกุนซือ และ กัปตันทีมชาติ อีกครึ่งหนึ่งของผลคะแนนโหวตนั้นจะมาจากการโหวตออนไลน์ของแฟนบอลทั่วโลก ซึ่งฟีฟ่าจะประกาศผลของผู้ชนะการโหวตใน วันที่ 24 กันยายน 2561 นี้


รายชื่อ 10 นักเตะที่มีรายชื่อลุ้นรางวัล เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า เมนส์ เพลเยอร์ 2018 ได้แก่
1. คริสติโ โรนัลโด้ (ยูเวนตุส, โปรตุเกส)
2. เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้, เบลเยียม)
3. อ็องตวน กรีซมันน์ (แอตฯ มาดริด, ฝรั่งเศส)
4. เอเด็น อาซาร์ (เชลซี, เบลเยียม)
5. แฮร์รี เคน (สเปอร์ส, อังกฤษ)
6. คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (เปแอสเช, ฝรั่งเศส)
7. ลิโอเนล เมสซี (บาร์เซโลนา, อาร์เจนตินา)
8. ลูก้า โมดริช (เรอัล มาดริด, โครเอเชีย)
9. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล, อียิปต์)
10. ราฟาเอล วาราน (เรอัล มาดริด, ฝรั่งเศส)

25 Jul

“ฟีฟ่า” เผยโผ 11 รายชื่อ ลุ้นคว้าตำแหน่งกุนซือยอดเยี่ยม

สำหรับรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมปี เป็นรางวัลสำหรับการทำหน้าที่เป็นกุนซืออย่างทุ่มเทและเต็มที่ โดยมีตัวเต็งอย่าง ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ที่พาทีมครองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีกส์ 3 สมัยติด ซึ่งได้รับตำแหน่งไปในปีที่แล้ว และยังติดโผรายชื่อ 11 โค้ชอยู่ในปีนี้อีกด้วย อีกทั้งยังมี ดีดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส ที่ช่วยทีมคว้าแชมป์บอลโลก 2018 มาครองได้สำเร็จ ก็อยู่ในโผรายชื่อด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การตัดสินจะพิจารณาจากการคุมทีมตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2017 จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2018 โดยงานฟีฟ่า อวอร์ด จะจัดขึ้นในวันที่ 24 กันยายนนี้ ที่ประเทศอังกฤษ และทีมหมูป่า อะคาเดมี่ จากประเทศไทยก็ได้ถูกเชิญให้ไปร่วมงานอีกด้วย

รายชื่อ 11 โค้ชที่มีสิทธิ์ลุ้นตำแห่งกุนซือแห่งปี
1. มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี (ยูเวนตุส)
2. สตานิสลาฟ เชอร์เชซอฟ (ทีมชาติรัสเซีย)
3. ซลัตโก ดาลิช (ทีมชาติโครเอเชีย)
4. ดีดิเยร์ เดส์ชองส์ (ทีมชาติฝรั่งเศส)
5. เปป กวาร์ดิโอลา (แมนฯ ซิตี)
6. เจอร์เกน คลอปป์ (ลิเวอร์พูล)
7. โรเบร์โต มาร์ติเนซ (ทีมชาติเบลเยียม)
8. ดีเอโก ซิเมโอเน (แอตฯ มาดริด)
9. แกเรธ เซาธ์เกต (ทีมชาติอังกฤษ)
10. เอร์เนสโต บัลเบร์เด (บาร์เซโลนา)
11. ซีเนดีน ซีดาน (เรอัล มาดริด)

อิ่มตัวแล้ว ฮัลล์กริมส์สัน วางมือกุนซือทัพมนุษย์หิมะ จบหน้าที่พร้อมบอลโลก

ไฮเมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน ประกาศอำลาเฮดโค้ชทีมชาติไอซ์แลนด์แล้ว หลังพาทีมไปลุย ฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ


ฮัลล์กริมส์สัน เฮดโค้ชวัย 51 ปี และรับใช้ทัพไอซ์แลนด์ มายาวนาน 7 ปี เริ่มต้นจากการเข้ามาทำงานในฐานะผู้ช่วยโค้ชในปี 2011


ก่อนจะเลื่อนขั้นมาคุมทัพนักเตะดินแดนน้ำแข็งในฐานะกุนซือคนคู่เป็นมือขวาให้กับ ลาร์ส ลาเกอร์บัค ในปี 2013 และทั้งคู่ก็ร่วมกันพาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกยูโร 2016 ซึ่งเป็นการลงเล่นชิงแชมป์ยุโรปครั้งแรกของประเทศ และสร้างประวัติศาสตร์ ล้มเอาชนะทีมชาติอังกฤษ จนผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ


หลังจาก ลาเกอร์บัค ลงจากเก้าอี้อำลาตำแหน่ง ฮัลล์กริมส์สัน ก็คุมทีมคนเดียว และพา ไอซ์แลนด์ เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศอีกครั้ง กลายเป็นชาติที่เล็กที่สุดที่เคยเข้าร่วมในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ก่อนจะต้องหยุดเส้นทางอยู่แค่รอบแรกเท่านั้น หลังจากเสมอ อาร์เจนตินา 1-1, แพ้ ไนจีเรีย 0-2 และแพ้ โครเอเชีย 1-2 จบด้วยการเป็นทีมบ๊วยของกลุ่มดี


แถลงการณ์ของสมาคมฟุตบอลไอซ์แลนด์ระบุว่า “สมาคมฟุตบอลไอซ์แลนด์ขอยืนยันว่า ไฮเมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน จะไม่เป็นหัวหน้าโค้ชของทีมชาติอีกต่อไป ฮัลล์กริมส์สัน และลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าตำแหน่งโค้ชตามความต้องการของเขา หลังจาก 7 ปี”

อิ่มตัวแล้ว ฮัลล์กริมส์สัน วางมือกุนซือทัพมนุษย์หิมะ จบหน้าที่พร้อมบอลโลก

ไฮเมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน ประกาศอำลาเฮดโค้ชทีมชาติไอซ์แลนด์แล้ว หลังพาทีมไปลุย ฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ


ฮัลล์กริมส์สัน เฮดโค้ชวัย 51 ปี และรับใช้ทัพไอซ์แลนด์ มายาวนาน 7 ปี เริ่มต้นจากการเข้ามาทำงานในฐานะผู้ช่วยโค้ชในปี 2011


ก่อนจะเลื่อนขั้นมาคุมทัพนักเตะดินแดนน้ำแข็งในฐานะกุนซือคนคู่เป็นมือขวาให้กับ ลาร์ส ลาเกอร์บัค ในปี 2013 และทั้งคู่ก็ร่วมกันพาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกยูโร 2016 ซึ่งเป็นการลงเล่นชิงแชมป์ยุโรปครั้งแรกของประเทศ และสร้างประวัติศาสตร์ ล้มเอาชนะทีมชาติอังกฤษ จนผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ


หลังจาก ลาเกอร์บัค ลงจากเก้าอี้อำลาตำแหน่ง ฮัลล์กริมส์สัน ก็คุมทีมคนเดียว และพา ไอซ์แลนด์ เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศอีกครั้ง กลายเป็นชาติที่เล็กที่สุดที่เคยเข้าร่วมในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ก่อนจะต้องหยุดเส้นทางอยู่แค่รอบแรกเท่านั้น หลังจากเสมอ อาร์เจนตินา 1-1, แพ้ ไนจีเรีย 0-2 และแพ้ โครเอเชีย 1-2 จบด้วยการเป็นทีมบ๊วยของกลุ่มดี


แถลงการณ์ของสมาคมฟุตบอลไอซ์แลนด์ระบุว่า “สมาคมฟุตบอลไอซ์แลนด์ขอยืนยันว่า ไฮเมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน จะไม่เป็นหัวหน้าโค้ชของทีมชาติอีกต่อไป ฮัลล์กริมส์สัน และลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าตำแหน่งโค้ชตามความต้องการของเขา หลังจาก 7 ปี”